dhamma_mangotree.jpg picture by vivilovely1

ตื่นมาเช้าวันอาทิตย์ ราว ๆ ตีห้าครึ่ง ให้อาหารน้องแมวแล้ว ดื่มน้ำสองแก้วเพื่อล้างท้องแล้ว ก็ว่าจะสวดมนต์ตอนเช้าสักหน่อย ปกติ จะทำช่วงค่ำ แต่สองวันนี้มาคิดว่า เราตื่นมาเช้ากว่าสามี จะมีความสงบของบรรยากาศในบ้านมากกว่าตอนเขาตื่น

เริ่มต้นด้วยการกราบพระ หันหน้าไปทางทิศเหนือ กำหนด พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ไว้ในใจ แล้วกราบสามครั้ง ปกติจะเริ่มสวดมนต์เลย แต่จิตเช้านี้ อยากจะนั่งสมาธิดูสักหน่อย เลยเริ่มต้นนั่งสมาธิ อยู่กับลม และภาวนาพุท โธ

หลงไปบ่อย ๆ คิดไปหลาย ๆ เรื่อง ตามปกตินิสัย ของจิตที่มีโมหะเป็นพื้น ก็คอยตามรู้สึก ไม่ได้กำหนดหมายว่าจะต้องนั่งกีนาที กี่ชั่วโมง ดูไปเรื่อย ๆ

เรื่อย  ๆ ไปจนถึงจังหวะหนึ่ง เกิดรู้สึกขึ้นมาว่า กายมันเหมือนเป็นแท่งทึบ ๆ ไม่ใช่เรานั่งอยู่ แต่เป็นก้อนอะไรสักอย่าง 

รวดเร็วหลังจากนั้น รู้สึกเหมือนความกลัวเริ่มจะก่อตัวขึ้น แล้วจิตก็ระลึกไปว่าสภาวะนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว และ อ.สุรวัฒน์ กรุณาบอกไว้ว่า ให้ดูต่อไปอีก

ก็ดูต่อไปอีก เห็นความรู้สึกกลัวที่ก่อตัวขึ้นเล็กน้อย สลายไป กลับกลายเป็น ความโปร่งเบาแบบเล็ก ๆ ขยายวงออกจากตรงกึ่งกลางตัว กระจายออกไปด้านข้าง ไม่เห็นว่ามีกาย รู้สึกเพียงแต่สภาวะโล่งว่าง เบา ๆ และสบาย

ความโล่งที่กระจายออกไป รัศมีกว้างเพียงครอบคลุมตัว แล้วตั้งอยู่เพียงชั่วระยะเวลาสั้น ๆ ก่อนที่จะสลายตัว กลับมาเป็นสภาพจิตที่รู้สึกว่า เป็นตัวเองนั่งอยู่

นั่งต่ออีกเล็กน้อย จิตกลับมาเป็นสภาพหลงคิดไปบ่อย ๆ เช่นปกติ ก่อนจะลืมตาขึ้น เพื่อสวดมนต์ และเดินจงกรมต่อ ซึ่งก็ไม่มีสภาวะ ใด ๆ เกิดขึ้น นอกเหนือไปจาก จิตที่หลงไปเป็นระยะ ๆ

 

th04.gif picture by vivilovely1

ใกล้เดือนเกิดเข้ามา เริ่มคิดว่า ปีนี้ จะทำอธิษฐานบารมีอะไรเพิ่มเติมจากที่ทำอยู่ในทุก ๆ ปี มีความตั้งใจสอง สาม อย่าง ที่อยากจะทำ คิดว่าถ้าทำได้ก็ดี ทำไม่ได้ ก็ดี ก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำ

ที่จะทำเหมือนเดิมคือ ตั้งใจงดเว้นเนื้อสัตว์ ทั้งเดือนในเดือนเกิด เพื่อเป็นทานชีวิต แก่สรรพสัตว์เพื่อนร่วมทุกข์

ข้อหนึ่ง ที่ตั้งใจเพิ่มขึ้นมา (ถ้าทำได้) จะลองงดทานในมื้อเย็น หรือ หลังวิกาลโภชนา อันนี้คงทำทั้งเดือนยากเหมือนกัน เพราะงานของเราต้องยืนเกือบทั้งวัน และ ใช้กำลังกายค่อนข้างมาก

ข้อสอง ที่ตั้งใจเพิ่มขึ้นมา คือ งดจับจ่ายใช้สอย ซื้อข้าวของ เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องสำอางค์ ซึ่งก็ทำมาได้ระยะหนึ่งแล้ว แต่ก็อยากจะทำให้จริงจังมากขึ้น

ข้อสาม ที่ตั้งใจเพิ่มขึ้นมา คือ จะลดดื่ม กาแฟ ให้เหลือเพียงแก้วเดียวในตอนเช้าก่อนไปทำงานเท่านั้น จริง ๆ ก็ทำได้แล้วเช่นกันในวันทำงาน แต่ที่ยากคือ เสาร์ อาทิตย์ ที่อยู่บ้าน เพราะจะว่างมากกว่า และใกล้กาแฟมากกว่า อดใจได้ยากกว่า แต่ก็จะลองดู

ความตั้งใจข้อสุดท้ายที่อยากเพิ่ม ออกจะเป็นส่วนตัวมาก ๆ และไม่สามารถบอกใครได้ ซึ่งทำอยู่เป็นระยะ เป็นการตั้งใจงดเว้น รอบนี้จะทำเป็นระยะเวลาสองเดือน นานกว่าที่แล้ว ๆ มาที่เคยตั้งใจและทำได้ (คือ หนึ่งเดือน)

เพื่อน ๆ บางคนเคยออกปากเตือนเราว่า อย่าบังคับตัวเองมากเกินไป พี่คนหนึ่งเคยบอกหลาย ๆ ครั้งว่า เราอย่าบังคับตัวเองมาก มันไม่เป็นทางสายกลาง และ คนเราเสียอะไรได้ แต่อย่าเสียความเป็นตัวเอง...

รู้สึกซาบซึ้ง และ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ และหวังว่าพวกเขาคงจะไม่คิดว่าเราหัวดื้อ และประชดประชัน เมื่อได้ตอบกลับไปว่า "ไม่ได้บังคับตัวเองเลยค่ะ เพราะรู้สึกว่ามันไม่ได้ยากเย็นเกินกว่าที่จะทำได้ อีกอย่างก็ไม่ได้ถึงขนาดว่ายังไงก็ต้องได้  ถ้าไม่ได้ก็ดี แต่ยังดีกว่าไม่ได้ทำ"

เหมือนอะไรที่เราทำได้แล้ว คุ้นเคยแล้ว เราก็ต้องการเขยิบก้าวไปสู่สิ่งที่ยากกว่า เพื่อให้จิตมีความแข็งแรงมากขึ้น ถ้าสิ่งใดเคยทำได้แล้ว แต่ยังทำอยู่แต่สิ่งเดิม ๆ มันก็เหมือน "ย่ำอยู่กับที่"

จำที่ครูบาอาจารย์เคยกล่าวไว้ว่า "พระพุทธเจ้าท่านไม่สรรเสริญคุณความดีที่หยุดนิ่ง"

ถ้าให้เลือก ระหว่างการเดินย่ำอยู่กับที่ กับ การพยายามก้าวเดินไปข้างหน้า คงเลือกอย่างหลัง

แม้จะเป็นการค่อย ๆ ก้าวขยับ ๆ ก็ยังมีกำลังใจว่าคงจะถึงจุดหมายเข้าสักวัน



th05.gif picture by vivilovely1

Comment

Comment:

Tweet

โมทนาด้วยครับพี่ :}


"เพื่อน ๆ บางคนเคยออกปากเตือนเราว่า อย่าบังคับตัวเองมากเกินไป พี่คนหนึ่งเคยบอกหลาย ๆ ครั้งว่า เราอย่าบังคับตัวเองมาก มันไม่เป็นทางสายกลาง และ คนเราเสียอะไรได้ แต่อย่าเสียความเป็นตัวเอง..."


ส่วนตัว ผมว่านะครับ เสียความเป็นตัวเอง แล้วมันทำไมเหรอ? ผมว่ามันก็สักแค่อีกสภาวะ สิ่งที่เราคิด เราคุ้นเคย เท่านั้นเอง มิหนำซ้ำ มองอีกมุม ความเป็นตัวเองหมายความไปถึงสักกายะทิฏฐิด้วยรึเปล่าครับ... นั่นยิ่งเป็นกิเลสตัวเอ้ที่สู้รบปรบมือกันอยู่

และถ้ามันเป็นสิ่งที่คิด และคุ้นเคย ทางอกุศล ไม่ยิ่งต้องเปลี่ยนให้เป็นความคุ้นเคยทางดี เหมือนอย่างที่พี่เหน่งว่า น่าจะเข้าท่ากว่า...


อา... ขอโทษนะครับ นานๆ โผล่มาก็ออกจะก้าวร้าวไปหน่อย :{


เอาเป็นว่า โมทนากับการขัดเกลาตัวเองของพี่ด้วยนะครับ ทำแล้วสติเกิดบ่อย ก็ทำเลยครับ big smile

#5 By เบียร์ (125.26.249.50) on 2010-03-19 18:34

อนุโมทนาด้วยนะครับ สาธุครับ

ศิษย์อาจารย์เดียวกัน สาธุครับ


ความต่อเนื่อง คือ สิ่งที่ผู้ภาวนาพึงมี
เมื่อคุณดูรู้ได้ต่อเนื่อง
ผลก็จะเกิดไว และจะเห็นความเปลี่ยนแปลงในจิต
ว่าเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยอย่างไร

สติ คือ กุญแจหลัก
สาธุครับ
อนุโมทนากับการปฏิบัติ อากาศหนาวๆของทางนี้มีผลต่อการภาวนามั๊ยครับ
สาธุขอรับ

#3 By TaamtaangTaamtai on 2010-02-11 21:07

วันก่อนไปฟังคุณดังตฤณบรรยายที่ Chevron มีคนถามเรื่องจิตรวม เลยถามเพื่อนที่ปฏิบัติมานานกว่าพี่ว่า มันเป็นยังไงเหรอ? คล้ายๆ กับสภาวะที่บีบีเล่าเลยนะ แต่เขาบอกว่ามันมีหลายแบบ แต่อะไรเกิดขึ้นก็ให้รู้ คำเดียวเท่านั้นเนอะ ยังไงก็...รู้สึกดีตามไปด้วยที่มีสภาวะพิเศษผ่านมาให้ดู big smile

ช่วงนี้พี่ติดการดูลมหายใจ ไม่รู้ว่าถลำไปหรือเปล่า สังเกตตัวเองไม่ออกน่ะ sad smile พยายามหาอะไรเป็นวิหารธรรมให้ตัวเองอยู่ นอกจากเดินและเคลื่อนไหวร่างกาย เลยมาหัดหายใจ ตามที่ได้ฟังคุณดังตฤณมา ผสมกับทดลองโปรแกรมระฆังเตือน จิตเลยหันกลับมาดูลมหายใจบ่อยขึ้นน่ะ

ขอให้มีความสุขกับของขวัญวันเกิดที่ตั้งใจทำให้ตัวเองนะ big smile
สาธุครับ

สำหรับกิเลสบางทีเราทรมานมันบ้างก็ดีครับ ถ้าตั้งใจทำเพื่อละลดเลิก ก็สมควรทำครับ ถ้าทำแล้วไม่เป็นการบังคับจนลำบากมาก หากตั้งใจแล้วทำได้ก็เป็นการทำอธิษฐานบารมีอีกด้วย

สาธุครับ สาธุ

big smile big smile big smile

#1 By Nirvana on 2010-02-08 10:18