ศรัทธาที่ไม่คลอนแคลน

posted on 20 Jan 2010 06:24 by lovelybebe

 

ได้ทราบข่าวจากเพื่อนใหม่ทางธรรม ว่าพระอาจารย์ที่ฉันเคารพศรัทธา ได้ถูกกล่าวอ้างในทางที่เรียกว่าเสียหาย ฉันเข้าไปในเว็บเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น

ทั้งประกาศ ทั้งแถลงการ ทั้งบอร์ด กระทู้แสดงความคิดเห็น ทั้งผู้ที่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ศรัทธา ไม่ศรัทธา วิพากษ์ ให้กำลังใจ ตลอดจนความเห็นจากอาจารย์ที่ฉันศรัทธาอีกท่านหนึ่ง ซึ่งฉันเห็นด้วยกับความคิดเห็นของท่าน

รู้สึกว่านี่มันเป็นปัญหาธรรมดาสามัญ แม้คนธรรมดา ๆ คนหนึ่ง ที่ปฏิบัติตัวตามธรรมดา ก็ยังต้องมีถูกอิจฉา นินทา ว่าร้าย ได้ นับประสาอะไรกับท่านผู้สามารถเรียกศรัทธาจากผู้คนได้มากมายมหาศาลอย่างครูบาอาจารย์ท่านนี้

ครูบาอาจารย์เคยกล่าวไว้ว่า คนบางพวกประกาศตัวว่าเป็นพุทธ แต่พอพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ขัดผลประโยชน์ ก็ถอนศรัทธา พวกนี้ไม่ถือว่าเป็นชาวพุทธที่แท้ เป็นพวกศรัทธาหัวเต่า

ฉันเองไม่ได้รู้ ไม่ได้เห็น ไม่ได้เป็นคนคลุกวงใน จึงไม่สามารถออกความเห็นว่าอะไรเป็นอะไร

แต่สิ่งที่ฉันค้านในประกาศที่ว่าพระอาจารย์ท่านนี้สอนให้คนอ่อนแอลง ฉันเอาตัวเองเป็นตัวเปรียบเทียบ เมื่อก่อนที่ฉันจะรู้จักและตัดสินใจปฏิบัติตามแนวทางของท่าน ฉันเรียกตัวเองว่า "อ่อนแอ" ทั้งกาย และใจ ทุกข์ท่วมท้น

หลังจากลองปฏิบัติตามสิ่งที่ท่านแนะนำ ฉันรู้สึกว่าตัวเองเข้มแข็งขึ้น ปล่อยวางมากขึ้น และมีความสุขกับชีวิต แม้ในขณะแห่งทุกข์ที่ถ้าเทียบกับเมื่อก่อนฉันคงกังวลแทบบ้า นอนไม่หลับ น้ำตาท่วม แต่สิ่งที่ฉันได้จากการเริ่มปฏิบัติธรรม คือ ความสงบอยู่ข้างใน และยังสามารถมีกำลังใจในการอยู่ร่วมกับคนหมู่มาก ที่สำคัญมากกว่านั้น ฉันสามารถแบ่งปันความสุขที่ฉันได้รับจากการปฏิบัติ เผื่อแผ่ไปให้คนอื่น ช่วยให้เขามีความสุขมากขึ้น

ตรงนี้พิสูจน์ได้ไหม ว่าฉัน คือ ผู้หนึ่งที่ได้รับประโยชน์จากแนวทางที่ท่านได้ถ่ายทอด

ฉันไม่รู้หรอกว่าแนวทางของท่าน เป็นแนวทางที่ดีที่สุดหรือไม่ และฉันไม่ได้ปฏิเสธแนวทางอื่นที่นอกเหนือไปจากการดูจิต และอย่างที่ทุก ๆ คนที่ได้ฟังท่านเทศน์ ก็รู้ว่าท่านบอกเสมอว่า ไม่มีแนวทางไหนที่ดีที่สุดสำหรับใคร ขึ้นอยู่กับจริตนิสัยของแต่ละคน ถ้าดูจิตในระหว่างวัน อะไรเกิดกับกาย กับใจให้รู้ ให้ดู แต่เย็น ค่ำมาก็ให้สวดมนต์ ทำสมาธิ ปฏิบัติในรูปแบบ เพราะสมาถะเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อช่วยให้จิตตั้งมั่น สามารถดูอย่างเป็นกลาง คือ เรียกว่าดีทั้งสมาถะและวิปัสสนา

ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ใครคือผู้ที่อยู่เบื้องหน้า เบื้องหลัง มันคงไม่ใช่เรื่องของฉันที่จะไปเกี่ยวข้อง ฉันรู้แต่ว่า พระอาจารย์ท่านยอมสละซึ่งสังขารและเวลาของท่าน เพื่ออบรมสั่งสอนผู้คน เพื่อความมุ่งหวังจะช่วยสรรพสัตว์ และเพื่อตอบแทนคุณองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นบรมครู เพราะท่านได้ประโยชน์จากคำสอนของท่าน

แล้วถ้าฉันจะมัวมานั่งหายใจทิ้งกับเรื่องของคนอื่น จนลืมกลับมาดูกาย ดูใจตัวเองละก็

ฉันคงได้ชื่อว่าเป็นศิษย์โหลยโท่ยไม่เอาถ่านเป็นแน่แท้

ขอคุณงาม ความดี บุญกุศลทั้งปวง ที่ครูบาอาจารย์ได้กระทำแล้วด้วยกรุณาในการช่วยเหลือฉันและเพื่อนเหล่าสรรพสัตว์ทั้งปวง จงกลับคืนไปรักษาท่าน ดังที่พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ว่า "ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม"

Comment

Comment:

Tweet

อนุโมทนาด้วยค่ะ
ธรรมะเป็นปัจจัตตังจริงๆ

#3 By เกดใจดี (125.25.20.51) on 2010-03-11 18:07

อนุโมทนา สาธุกับทั้งสองท่านครับ

#2 By TaamtaangTaamtai on 2010-01-26 08:04

ศรัทธาเป็นอริยทรัพย์รายการหนึ่งที่ควรสะสมไว้จ้า
big smile

ลืมเล่าว่า วันนั้นที่ศาลาฯ มีฝรั่งตัวสูงมาฟังธรรมสองคน ธรรมะของท่านแพร่หลายไปยังคนต่างชาติต่างภาษาด้วย พี่ว่าคนที่สนใจ ตั้งใจอยากศึกษาจริงจิรง จะดิ้นรนหาทางเรียนรู้จนได้นั่นล่ะ

หลังจากที่เกิดเรื่อง พอนึกถึงลพ. แล้วจะกระตือรือล้นมากขึ้นนะ เหมือนกับเคยประมาทอยู่มาก แล้วก็ได้เห็นว่า อย่ามัวไปดูอะไรอยู่เลย ดูตัวเองให้มากมากจะดีกว่า

พี่ว่าลูกศิษย์ลพ.เป็นอย่างนี้กันนะ เกิดเรื่องกับครูบาอาจารย์ ยิ่งต้องขยันมากกว่าเดิม double wink

เจริญในธรรมค่ะ