มรณัสสติ

posted on 23 Aug 2009 01:34 by lovelybebe

(picture from www.sodahead.com)

ช่วงนี้รู้สึกว่า จิตใจดูจะสนใจ ใคร่รู้ อยากศึกษาถึงเรื่องราวเกี่ยวกับความตาย

เริ่มต้นจากวันหนึ่งคิดอยากจะหยิบหนังสือธรรมะสักเล่มจากชั้นมาอ่าน มือก็ไปคว้าเอา "ณ มรณา" ของคุณดังตฤณ ที่รวบรวมบทความเกี่ยวกับความตาย อ่านไปจบเล่ม ใจมันก็ยังไม่วาง อยากจะหาอ่านเพิ่มเติม ก็กลับไปที่ชั้นเลือก ๆ ดูอีก ก็ไปเจอหนังสือ "สบตากับความตาย" ที่เรียบเรียงจากการบรรยายธรรมของท่าน ว.วชิรเมธี ก็อ่าน ๆ ไปเรื่อย ๆ

ในหนังสือทั้งสองเล่ม ได้กล่าวถึง "ความตาย" และการเตรียมตัว เตรียมใจให้พร้อมสำหรับความตายที่จะมาพรากเราได้ทุกเมื่อ เราจึงต้องมีความพร้อม

ในหนังสือ กล่าวถึง มรณัสสติสูตร จึงได้ไปค้นคว้าหาอ่านเพิ่มเติมจากอินเตอร์เน็ต

ในมรณัสสติสูตรที่ 1 พระพุทธองค์ทรงชื่นชมผู้เจริญมรณัสสติในทุกคำข้าว และผู้ที่เจริญมรณัสสติในทุกลมหายใจ เข้า-ออก ว่าเป็นผู้ไม่ประมาท

ในมรณัสสติสูตรที่ 2 พระพุทธองค์ให้พิจารณาว่าความตายนั้นอาจจะมาพรากเราได้ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน ให้ระลึกว่าธรรมใด กิจใดที่เรายังไม่ได้ทำให้แจ้ง ก็ให้รีบพากเพียรทำให้สำเร็จ

เคยสังเกตตัวเองหลาย ๆ ครั้ง ในเวลาใดที่จิตใคร่ครวญถึงธรรมะในเรื่องใด ธรรมะจะจัดสรรให้ได้ศึกษาเพิ่มเติมในเรื่องนั้น  ไม่ว่าจะมาในรูปของสือต่าง ๆ ที่ได้รับมาอ่าน หรือได้ไปค้นเจอด้วยตัวเองบ้าง

หนังสือเรื่อง "ณ มรณา" กับ "สบตากับความตาย" นั้น นำมาจากเมืองไทยเมื่อคราวกลับไปเยี่ยมบ้านตั้งแต่ต้นปี แต่ก็ไม่เคยนึกจะหยิบมาอ่าน ไม่เคยสนใจ จนเมื่อไม่นานมานี้

ในนิตยสาร "ธรรมะใกล้ตัว" สองฉบับล่าสุด ก็มีบทความเกี่ยวกับเรื่องความตายให้อ่านด้วย ทั้งที่เป็นในส่วนที่หลวงพ่อปราโมทย์ ท่านสอนให้เจริญสติเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความตาย หรือ ที่หมอพีร์เล่าถึงคนที่ทำความชั่วมาตลอดชีวิต และกำลังนอนรอความตาย อย่างทุกข์ทรมาน ฯลฯ 

อ่านไปแล้ว ก็มาระลึกถึงตัวเอง  ว่าที่ผ่านมานี้ เราก็ไม่เคยได้ระลึกถึงความตายเลยสักครั้ง น่าจะลองดูสักหน่อย..

ลองฝึกมรณัสสติมาได้สัก 2 - 3 อาทิตย์แล้ว ระลึกถึงความตายอยู่เสมอเท่าที่จะระลึกได้ แม้จะยังไม่สามารถระลึกได้ในทุกขณะลมหายใจ  แต่ก็บ่อยขึ้นจากที่ไม่เคยระลึกถึงเลย

เวลาที่เกิดสภาวะที่กิเลสเข้าครอบงำ เช่น ความโกรธ อัตตา ตัวตน โมหะ โลภ หลง ฯลฯ จิตมันจะย้อนกลับมาบอกตัวเองว่า นี่ถ้าตายไปในขณะที่จิตคลุกอยู่กับกิเลส เราคงต้องมีทุคติเป็นที่ไปเป็นแน่แท้

ผลที่ได้ คือ รู้สึกได้ถึงจิตใจเบา สบายขึ้น สติกลับคืนมาได้เร็ว และรู้สึกปล่อยวาง และผ่อนคลาย อยู่กับกาย ใจ ตัวเอง มากกว่าเมื่อก่อน

มีสติในการดำเนินชีวิตประจำวันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการขับรถ หรือ ทำกิจการงานต่าง ๆ

แม้ในเวลาไหว้พระสวดมนต์ หรือ นั่งสมาธิ ก็ดูจิตใจสงบลงได้ง่ายขึ้น ที่สำคัญสามารถกลับมาเดินจงกรมได้ด้วยความรู้สึกสบายมากกว่าเมื่อก่อน

แม้ในเวลานอน ลองฝึกระลึกถึงความตาย ว่า การนอนหลับไปครั้งนี้ อาจจะเป็นคืนสุดท้ายในชีวิตนี้ก็ได้ ซึ่งก็ทำให้หลับได้ง่ายขึ้น

เมื่อสองสามวันก่อน นัดพบเพื่อนรุ่นพี่คนหนึ่งที่ห้าง เธอทักว่า เราดูหน้าตาใสขึ้น แม้จะยังมีสิวขึ้นประปราย

 ไม่ได้บอกเธอว่าเราฝึกมรณัสสติ ระลึกถึงความตายอยู่ เพราะเธอคงมองว่าเราแปลก เราจึงยิ้มน้อย ๆ และบอกเธอว่า ทุกวันนี้บอกตัวเองว่า "อย่าคิดมาก" กับปัญหาต่าง ๆ เลยทำให้สบายใจขึ้น และขอให้เธอลองทำดู

เธอบอกว่า เธอเองก็พยายามทำอยู่ และรับปากว่า จะพยายามทำให้ได้เสมอ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับปัญหา

ครูบาอาจารย์ท่านกล่าวไว้ว่า มรณัสสติ เป็นกรรมฐาน ที่นำไปสู่การปฏิบัติธรรมในขั้นสูงต่อ ๆ ไป

แม้ในมรณัสสติสูตรที่สอง พระพุทธองค์ยังทรงทิ้งท้ายไว้ว่า

...ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็มรณัสสติ อันภิกษุเจริญแล้วอย่างนี้ ทำให้มากแล้วอย่างนี้ ย่อมมีผลมาก มีอานิสงส์มาก หยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นที่สุด ... (มรณัสสติสูตร ๒๒/๓๑๘)

(บางส่วนของพระสูตร จากเว็บ http://www.larnbuddhism.com/grammathan/tripitakapatibat/moranas2.html)

 

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

แวะมาอนุโมทนาธรรมกับคุณบีบีและกัลยาณมิตรทุกท่านครับ

#5 By TaamtaangTaamtai on 2009-08-27 07:58

อนุโมทนาด้วยกับทุกท่านนะครับbig smile


พี่บีบีคงเคยทำมาอย่างนี้มั้งครับ... ลองต่อยอดเดิม เดินปัญญาอย่างนี้ได้ละก็แจ๋วเลย...

ผมเองไม่ได้ใช้ความตายเป็นวิหารธรรมเท่าไร เพียงแต่จิตมันค่อนข้างเข้าใจด้วยเหตุผลเท่านั้นเองครับ


อย่างที่เปรยๆ ให้ฟังบ่อยๆ ผมกับภรรยามักจะคุยเรื่องนี้กัน เหมือนเป็นส่วนหนึ่งในการวางแผนชีวิต ว่าถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตายแล้วต้องทำอย่างไร ประมานนั้นน่ะครับ

สำหรับในทางธรรมนั้น ถ้ามีวาสนาได้โสดาก่อนตายกันทั้ง 2 คนก็แล้วไป แต่ถ้าไม่ได้ ก็คงต้องทำใจ ได้แค่ไหนก็แค่นั้น จะต้องระหกระเหินอย่างไร ปัจจุบันผมก็ว่า เต็มที่พอสมควรแล้วทีเดียว...

แต่ถ้านำมาเป็นเครื่องอยู่ในการเจริญสติได้ล่ะยอดไปเลยครับพี่ open-mounthed smile

#4 By เบียร์ (125.26.246.232) on 2009-08-24 12:53

อนุโมทนาบุญกับพี่ไก่ พี่อ้น และน้องแก้ว ด้วยค่ะ
big smile
ตั้งแต่เริ่มฝึกมรณัสสติ รู้สึกเราอิ่ม ๆ อยู่กับบุญกุศลมากกว่าเมื่อก่อน เริ่มจะไม่เกี่ยงงอนกับอะไร ๆ เพราะใจมันบอกว่า ทำแล้วเล็ก ๆ น้อยก็ยังเป็นบุญให้สุขใจ แต่ก็คอยมีสติไม่ให้เกิดโลภในบุญ

ช่วงนี้บีบี จะใช้ซีดีหลวงพ่อเป็นเครื่องอยู่ไปด้วยพร้อมๆ กัน เวลาเจอสภาวะอะไร พอได้มาฟัง เหมือนหลวงพ่อท่านจะเทศน์ตรงตามที่ได้เจอมาทุกครั้ง

ทุกครั้งที่ฟัง และ เวลาสวดมนต์จะจบมืออนุโมทนาบุญกับหลวงพ่อท่านทุกครั้งเลยค่ะทีท่านสละเวลาและความรู้ของท่านสั่งสอนพวกเรา

อนุโมทนากับทุก ๆ ท่านอีกครั้งค่ะ (สาธุ)big smile

#3 By LovelyBeBe on 2009-08-23 18:55

ดีจังค่ะ มีอนุสสติอะไรไว้ตลอดเลยก็ดี บีบี

พี่ยังหาอะไรเป็นพื้นให้ระลึกถึงบ่อยๆไม่ได้เลยค่ะ
บางทีก็ระลึกถึงพระพุทธเจ้าบ้าง ลพ.บ้าง
ศีลบ้าง ทานบ้าง เวียนไปเรื่อยๆแล้วแต่จะคิดถึงอะไรน่ะ

มรณานุสสตินี่ก็มีบ้าง แต่ไม่ค่อยเข้มข้นน่ะ
เหมือนกับว่า รู้ล่ะว่ามีโอกาสตายเมื่อไหร่ก็ได้
คิดๆบ้างว่า วันนี้อาจเป็นวันสุดท้ายของเรา
แต่เหมือน มันไม่ได้เชื่ออย่างจริงจังตามนั้นน่ะ sad smile

เอาบุญมาฝากเหมือนกันจ้า เมื่อวานไปกราบ ลพ.มา
อนุโมทนาบุญด้วยค่ะพี่บีบี big smile
เมื่อวานนี้แก้วกับพี่อ้นไปกราบหลวงพ่อที่สวนสันติธรรมมาค่ะ
โดยมีพี่ไก่เป็นพี่เลี้ยงนำทาง มีพี่อ้นเป็นคนพาไป
และสุดท้ายมีหลวงพ่อเป็นผู้ชี้บอกทางไม่ให้พวกเราหลง confused smile

การได้ไปฟังท่านเทศน์อย่างใกล้ชิดและได้เห็นหน้าท่าน
รู้สึกดีและเห็นสภาวะเวลาท่านสอนชัดกว่าตอนฟังเยอะเลย
เอาบุญมาฝากพี่บีบีด้วยค่ะ open-mounthed smile

#1 By kaew on 2009-08-23 16:57