ขึ้นหัวข้อด้วยคำพูดของครูบาอาจารย์ที่เคยได้ยินได้ฟัง ฉันจำไม่ได้แล้วว่าจากท่านไหน เมื่อไหร่ ตอนไหน

แต่จำได้คร่าว ๆ ท่านบอกว่า ผู้ประพฤติตนอยู่ในศีล ในธรรมนั้น แม้ในเวลาที่ตกทุกข์ได้ยากสุด ๆ ในทางโลก ก็มีแต่ธรรมะ และบุญกุศลที่ตนเองได้สร้างไว้เท่านั้น ที่จะคอยปกป้องคุ้มครอง หาใช่เทวดา ฟ้าดิน ที่ไหน

จริงๆ ไม่รู้จะตั้งหัวข้อที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องที่จะเขียนว่าอย่างไรดี แต่นึกไปดันปิ๊งอันนี้ขึ้นมา ดูน่าจะเข้า ๆ กันได้ดี

 

คำเตือนก่อนอ่าน!!!!

บล็อกนี้จะมีความยาวเป็นพิเศษ ขอให้ทุก ๆ ท่านพยายามอ่านด้วยความอดทน

อย่าลืมดูจิต เบื่อก็รู้ว่าเบื่อนะคะ

ข้อความต่อไปนี้ เป็นของตัวเอง ที่เข้าไปโพสในขณะแห่งจิตที่สับสนวุ่นวาย และไหลไปคิดค้นหาหนทางแก้ปัญหาอยู่ตลอดเวลา ในเว็บแสงดาวส่องทาง และทั้งหลังจากที่พบทาง(จะว่าบังเอิญคงไม่ใช่) และผลที่เกิดขึ้น (มีการดัดแปลงข้อความเล็กน้อยเพื่อให้ดูเหมาะสม)

อนุโมทนา สาธุ กับข้อคิดดี ๆ ที่ช่วยชี้นำทาง จากเว็บแสงดาวส่องทาง http://www.star4life.com ที่เป็นส่วนให้พบทางสว่าง

 

เมื่อวันศุกร์เกิดเหตุที่ทำให้กลุ้มใจขึ้นมา ตามดูจิตแล้ว แต่ก็รู้สึกว่าจะไหลไปคิดหาหนทางแก้ปัญหาเกือบตลอด จิตไม่ตั้งมั่นเลย และเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเครียด พยายามใช้สมาถะเข้าช่วย โดยการนึกและบอกตัวเองในแง่ดี แต่ก็ยังเครียดอยู่


ขอเท้าความเล็กน้อย คือ สามีพึ่งถูกปลดจากงาน (จากสภาวะเศรษฐกิจ) อยู่บ้านเฉยๆ  และก็มีเงินช่วยเหลือที่ไม่มาก ตัวเองพึ่งกลับไปทำงานที่เดิม ที่เคยลาออกมา ทำมาได้หกเดือน ช่วงนี้เป็นช่วงที่บริษัทมีงานเข้าน้อย ตัวเองได้รับเงินเป็นรายชั่วโมง พองานหมด ก็ต้องกลับบ้านเร็ว ทำให้ขาดรายได้ไป


ในแต่ละเดือน ตัวเองก็ต้องรับผิดชอบช่วยเหลือสามีเรื่องค่าใช้จ่ายในบ้าน ค่าโทรศัพท์ ต้องผ่อนรถเองทั้งหมด (แต่เดิมตอนสามีทำงานอยู่ก็จะช่วยครึ่งหนึ่ง) ค่าประกันสุขภาพที่ต้องเริ่มจ่ายเอง หลังจากสามีไม่มีงานทำแล้ว หนี้บัตรเครดิตเดิมที่ตัวเองสร้างไว้ (ทั้งค่าใช้จ่ายบินกลับไปเยี่ยมครอบครัวที่เมืองไทย และช็อปปิ้ง แต่ตอนนี้เลิกใช้เด็ดขาดค่ะและพยายามรวมยอดหนี้ และทยอยจ่ายให้หมด)

และเงินส่วนหนึ่งของแต่ละ pay check ก็จะหักเข้าบัญชี ให้พี่สาวที่เมืองไทยเพื่อไว้เป็นค่าใช้จ่ายช่วยเหลือครอบครัวที่เมืองไทย เพราะพี่สาวก็ตกงานอยู่ คุณพ่อป่วยต้องเข้ารับการผ่าตัด วิ่งไปมาระหว่างบ้านที่ลพบุรี กับโรงพยาบาลราชวิถี คุณแม่มีหนี้สินต้องจ่าย เงินเดือนไม่เหลือใช้

และที่หักเป็นค่าทำบุญช่วยเหลือเด็ก ๆ ที่ป่วยเป็นมะเร็ง



เรียกว่า แม้ทำงานเต็ม สี่สิบ ชั่วโมง ต่อสัปดาห์ ได้เงินทุก ๆ สองอาทิตย์ ก็แทบไม่มีเงินเหลือเก็บแล้ว

ยิ่งตอนนี้ ต้องกลับบ้านเร็วขึ้น เพราะงานไม่มี เรียกได้ว่า ทำงานแค่ครึ่งวัน เลยทำให้กลุ้มใจว่า เงินที่ได้มา จะเพียงพอกับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่ตัวเองต้องรับภาระหรือไม่

แม้สามีจะออกปากช่วยเหลือในบางส่วน คือ เราไม่ต้องช่วยค่ากับข้าว (ที่จะผลัดกันจ่ายคนละสองอาทิตย์สลับกัน)  แต่ก็ยังกลุ้มใจว่า จะทำอย่างไรดี...



ทางหนึ่งที่คิดขึ้นมา แต่ไม่อยากทำ คือ ลดส่งเงินช่วยเหลือทางบ้าน เพื่อเอามาชดเชยค่าใช้จ่ายประจำ
กับอีกทางหนึ่งคือ จะออกไปหางานอีกอย่างเป็นพาร์ทไทม์ หลังเลิกงาน เพื่อหารายได้เสริม แต่สามีก็ยั้ง ๆ ไว้ เพราะเขาไม่อยากให้เราเหนื่อยจนเกินไป จนไม่มีเวลาให้ครอบครัว เพราะงานที่ทำอยู่ตอนนี้ก็ต้องเริ่มงานแต่เช้า (คือ ตื่นราว ๆ ตี 4) และใช้แรงกายมากอยู่แล้ว (คือเรียกว่า ใช้ทั้งสมอง สองมือ และสองเท้า)



ในเว็บแสงดาวส่องทาง ได้อ่านกระทู้ของคุณเอมหมอดู (http://www.star4life.com/forum/index.php?topic=1012.0) และ คุณแอสตัน (http://www.star4life.com/forum/index.php?topic=1053.0) เกี่ยวกับเรื่องกำลังใจสำหรับผู้มีปัญหาเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ แล้วก็ยิ่งไม่อยากลดเงินในส่วนที่ตัวเองทำบุญ เพราะไม่อยากกลายเป็นคนที่ใจแคบ ด้วยความไม่มี หรือ มีน้อยลง ประกอบกับปกติตัวเองก็ถือศีลห้าอยู่ และปฏิบัติธรรมด้วย



ตั้งใจไว้ว่า จะพยายามจำกัดการใช้จ่ายส่วนตัวอีก โดยดูว่าอะไรที่ไม่จำเป็นจริง ๆ (ตอนนี้เลิกช็อป ทั้งเสื้อผ้า และเครื่องสำอางค์ ของกินเล่นไม่จำเป็น ฯลฯ)



รู้ว่าเรากำลังรับวิบากอยู่ กรรมที่ตัวเองทำ ไม่โทษใคร (ทั้งหนี้สินต่าง ๆ ก็สร้างขึ้นเอง)


แต่บางทีก็รู้สึกว่าตัวเองคิดกังวลไปมาก เหมือนว่ามันยังไม่ได้เกิด ก็กลัวไปก่อน เพราะหัวหน้าบอกว่าจะเป็นบางช่วงของปีที่จะไม่ค่อยมีงาน และบางช่วงที่งานจะโหลดมาก


ก็คอยดูใจที่กังวลไปเรื่อย ๆ แต่ก็ยังรู้สึกตัวเองเครียด ๆ เพราะจิตจะไหลไปคิดหาหนทางแก้ปัญหาตลอดเวลา
(จบตรงนี้ คือ ที่ไปโพสไว้ เพื่อขอคำแนะนำดี ๆ จากใครสักคน)

และในระหว่างที่รอคำตอบ เราก็ดูจิตไปด้วย และเอาสมาถะเข้ามาช่วยด้วยการน้อมจิตไป นึกถึงศีล และ บุญกุศลที่ตัวเองปฏิบัติมาตลอด (อันนี้คุณเอมหมอดู เน้นเป็นพิเศษในช่วงที่มีปัญหาเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ)

 

(และต่อจากนี้ไปคือ ข้อความที่เราไปโพสเพิ่ม ถึงผลที่เกิดขึ้นในชั่วเวลาไม่ถึงข้ามคืน...โดยที่ยังไม่ได้รับคำตอบ หรือ คำแนะนำจากผู้ใดทั้งสิ้น..)

เมื่อวานนี้ หลังจากที่อ่านทวนข้อความที่ตัวเองโพสไว้
ตัวเองก็นั่งนึกถึงบุญกุศล และศีลที่ตัวเองได้ทำแล้ว ว่าตลอดเวลาตัวเองก็จัดเป็นผู้หนึ่งที่ให้ผู้อื่น
ทั้งเงินที่หักจากเงินรายอาทิตย์เข้าบัญชีให้ทางบ้าน เงินที่หักไปทำบุญช่วยเด็ก
เงินที่ได้ส่งไปช่วยเหลือมูลนิธิต่าง ๆ หรือ หยอดตู้รับบริจาคทุก ๆ ครั้งที่เห็น เวลาไปซื้อข้าวของตามห้าง หรือ แม้แต่การให้เล็กน้อยโดยปราศจากความเสียดายอยู่เสมอ
ไม่ว่าจะมีขนมในมือ หรือ เมื่อเพื่อนร่วมงานเดือนร้อนเรื่องเงิน (เท่าที่ทำได้)
ทานที่ให้อาหารแก่บรรดานก และสัตว์อื่น ๆ ที่ผ่านเข้ามาบริเวณบ้าน

เมื่อน้อมจิตไปนึกถึงบุญกุศลที่ตัวเองได้ทำแล้ว... ก็อธิษฐานขอให้พบหนทางแก้ไขปัญหา...

   

คืนเดียวกันนั้น ก่อนเข้านอน อยู่ ๆ สามีก็พูดขึ้นมา ถามเรื่องหนี้สินที่เรามีทั้งหมด
ก็บอกไปว่า ตอนนี้พยายามรวมยอดให้หลือสองที่ เพื่อจะได้ไม่ต้องกระจายยอดจ่าย
สามีบอกว่า เขาจะช่วย โดยเอาเงินเก็บสะสมจากการทำงานของเขา (เงินเกษียณ) ที่เขาถอนออกมาใส่บัญชีไว้ใช้จ่ายในยามฉุกเฉิน ในยามที่เขาไม่มีรายได้ เขาจะเอามันมาช่วยปิดบัญชีให้ยอดหนึ่ง ให้เหลือยอดเดียว เพื่อเราจะได้จ่ายให้หมดได้ด้วยตัวเอง


จำได้ว่าตัวเองน้ำตาไหลออกมาด้วยความปลื้มใจ และขอบคุณเขา บอกว่า เราไม่อยากเป็นตัวปัญหาให้เขา
เขากอดและบอกว่า ไม่เลย และเพราะเหตุนี้แหล่ะ ทำไมจึงต้องมีสามีไว้ เพื่อแชร์



รู้สึกขอบคุณเขา และนึกถึงสิ่งที่ตัวเองทำเมื่อตอนเย็นคือการน้อมจิตนึกถึงศีล และ บุญกุศลที่ตัวเองได้ทำมาตลอด และคำอธิษฐาน


ตอนนี้ใจมันผ่อนคลายลงแล้ว.... ความกังวลหายไป....



ถึงตอนนี้ นึกขึ้นมาได้ว่า ตัวเองลืมไป ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ในชีวิต เวลามีปัญหาอะไร ๆ ในทางโลก มักจะมีเหตุการณ์มาสนับสนุนช่วยเหลือไว้เสมอ...

แต่คุณดังตฤณ เคยเตือนไว้ เมื่อตอนฉันถามไปใน ดังตฤณวิสัชนา ว่า ถ้าเราเป็นผู้ปฏิบัติธรรม มีศีลห้าที่ครบ แล้วอธิษฐาน (คุณดังตฤณใช้คำว่า "อธิษฐานแบบโลก ๆ ") จะทำให้ขัดขวางการบำเพ็ญเพื่อมรรคผลนิพพานหรือไม่...

...ว่า ถ้าเราอธิษฐานแล้วสมความปรารถนา แล้วไม่ยึดติด ก็พอทำได้ อย่าทำบ่อย จนรู้สึกว่าเราเป็นคนเก่ง มีอัตตา และความภูมิใจมาก อันนั้นขัดแน่นอน แต่ถ้าทำไม่บ่อย ครั้งสองครั้ง ก็ทำได้ ไม่ผิดอะไร

 

แต่ก็หวังว่า ประสบการณ์นี้ของตัวเอง จะเป็นประโยชน์และเป็นกำลังใจให้หลาย ๆ คนที่อาจจะประสบปัญหาทุกข์ทางโลกแบบเดียวกัน ให้ได้พบหนทางแก้ไขปัญหาของตัวเองได้เช่นกัน

สุดท้ายบล็อกในวันนี้ ขอมอบบัวหลวง เพื่อเป็นเครื่องสักการะบูชาคุณ พระรัตนตรัย พ่อแม่ครูอาจารย์ กัลยาณมิตร กัลยาณธรรม แล บุคคลอันเป็นที่รัก ที่ให้ความรู้ คำแนะนำ ความเข้าใจ ความเอื้ออาทร และแบ่งปันธรรมะที่ทุก ๆ ท่านได้รู้แล้ว แก่ข้าพเจ้า

แม้ธรรมใดอันประเสริฐ ขอจงเกิดแก่ทุก ๆ ท่าน ให้ก้าวล่วงทุกข์ ด้วยธรรมแห่งพระพุทธองค์ในเร็ววัน

 ขออนุโมทนา สาธุ และขอนอบน้อมต่อวิมุตติของท่านผู้หลุดพ้นแล้ว

 


 

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณอะไรที่ดลใจให้แวะมา big smile
คือ notebook นี่เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ไม่มีอุปกรณ์ทำงานมาหลายวันแล้วค่ะ sad smile กำลังจะส่งไปซ่อมรอบที่สิบของสัปดาห์ แล้วก็ขอแวะมาดูน้องๆหน่อยซิ

พี่ช่วยอธิษฐานนะ ขอให้มีแต่สิ่งที่ดีเกิดขึ้น ขอให้ได้เรียนรู้กายและใจของเราไปพร้อมๆกับการแก้ปัญหาค่ะ

ที่บ้านเคยเป็นแบบนี้เหมือนกัน หนี้ก้อนโตกับภาวะทางจิตใจที่เสียพ่อไปกะทันหันอีก แต่แม่พี่ผ่านเวลานั้นไปได้...ด้วยดี (ลดหนี้ไปได้พอสมควรก่อนปี 40 ไม่งั้นคงแย่ล่ะ) พี่นับถือผู้หญิงที่เข้มแข็งอย่างแม่มากๆเลยล่ะ

ส่งกำลังใจข้ามทวีบไปให้ค่ะ big smile

#7 By บุหงาส่าหรี (203.146.125.236) on 2009-08-10 18:06

ผมเคยมีเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่ง ที่มีพ่อแม่พี่สาวและน้องขับรถไปเที่ยวกัน แล้วประสบอุบัติเหตุ ต้องนอน ร.พ.ทั้ง4คน เธอคนเดียวต้องหาเงินเป็นค่ารักษาพยาบาล เธอต้องทำงานหนักเพื่อหาเงิน แต่เธอเล่าเรื่องนี้ให้ผมฟังด้วยอาการนิ่งสงบ

เมื่อเช้าฟัง หลวงพ่อคึกฤทธิ์เทศว่า ไม่มีเงินทำบุญ ก็ใช้วิธีรักษาศีล

#6 By ningnong on 2009-08-10 10:24

ขอบคุณทุก ๆ ท่านค่ะ
พี่ไก่คะ ขออนุโมทนา กับบุญกุศลที่ได้ไปกราบหลวงพ่อด้วยค่ะ

ขอให้ทุก ๆ ท่านเจริญในธรรมค่ะ

#5 By LovelyBeBe on 2009-08-09 17:23

ขออนุโมทนาในทุก ๆ บุญกุศลของน้องบีบีด้วยจ้ะ

นำบุญกุศลที่ได้ไปกราบลพ. และพักภาวนาที่วัดหนองเลง มาฝากทุก ๆ ท่านด้วยค่ะ open-mounthed smile

#4 By สาวิกา (124.122.139.62) on 2009-08-09 16:10

มีสติรับรู้อยู่กับใจ.. ก็เหมือนได้อยู่ในวัดแล้วครับ..

#3 By kriangkrai on 2009-08-09 07:59

ว้าวววววววว

ดีใจด้วยนะคะ

#2 By mini-teddy on 2009-08-09 06:01

เขาว่ากันว่า คนส่วนใหญ่จะเข้าวัดก็ในยามที่มีทุกข์กับเวลาที่สุข
แต่ในเวลาปกติมักไม่ค่อยเข้าวัดกันหรอก big smile

#1 By Critical#Zeed on 2009-08-09 05:49