บันทึกสภาวะ 2

posted on 28 Jun 2009 02:27 by lovelybebe

เมื่อสองอาทิตย์ก่อน จิตใคร่ครวญ อยากขอขมาต่อพระอริยะเจ้า ที่เราเคยปรามาสท่านเมื่อสมัยก่อนเรียนธรรมะอย่างจริงจัง ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ฟังความคนอื่น แล้วก็คิดปรามาส ลบหลู่ท่าน

ตอนนี้ตัวเองอยู่ไกลแล้ว จะหาโอกาสไปกราบขอขมาก็ติดขัดด้วยระยะทาง ในวันที่จิตคิดใคร่ครวญ ก็ได้อธิษฐานขอโอกาสกับท่านไว้ ให้เราได้ไปกราบขอขมาต่อหน้าท่านสักครั้ง

ในวันเดียวกัน ก็ได้รับ นิตยสาร ธรรมะใกล้ตัวฉบับ Lite ฉบับวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๒

(http://www.dlitemag.com/) ที่ส่งมาทางอีเมล์ ก็เข้าไปอ่านเหมือนปกติ

รู้สึกแปลกใจระคนดีใจ คือ ฉบับดังกล่าว มีบทความของคุณดังตฤณ (หัวข้อ ดังตฤณวิสัชนา) ตอบคำถามในเรื่องของการขอขมาต่อพระอริยะ ที่เราเคยปรามาสท่านไว้พอดี (มันคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ)

คุณดังตฤณ ได้แนะนำไว้ว่า ถ้าเราจำกัดด้วยระยะทาง หรือ ไม่มีท่านให้ได้กราบขอขมาต่อหน้าแล้ว ก็ให้ใช้วิธีขอขมากับรูปของท่าน แต่ให้ดีควรเอ่ยออกมาด้วยวาจา จะเพิ่มความหนักแน่น มากกว่า แค่การพูดในใจ

ในเล่มเดียวกัน ได้อ่านบทความอีกอันของคุณดังตฤณ (หัวข้อ ก่อนเกิดเป็นดังตฤณ) ฉบับนี้ คุณดังตฤณ กล่าวถึงวิธีฝึกแผ่เมตตาไว้ซึ่งน่าสนใจมาก

 

ฉันนำคำแนะนำของคุณดังตฤณ จากทั้งสองหัวข้อมาลองฝึกตาม

เริ่มด้วยเมื่อวันเสาร์ ออกไปนั่งที่ชานหลังบ้าน แถวบ้านที่ฉันอยู่ มีลักษณะเป็นชานเมือง สวนหลังบ้านไม่มีรั้วส่วนตัว แต่เป็นตะข่ายเหล็กกั้นเป็นรั้วไว้ ประกอบกับหลังบ้านฉัน จะหันชนกับสวนหลังบ้านของบ้านหลังอื่น ๆ จึงทำให้ดูเหมือนเป็นพื้นที่โล่ง ๆ ยาวออกไปเกือบสุดตา มีเพียงต้นไม้ และพื้นหญ้า ให้ดูเป็นส่วนใหญ่

ฉันลองใช้ตามองออกไปโดยไม่เน้นที่จุดใดจุดหนึ่ง และปล่อยใจให้เป็นอิสระ ไม่จำกัดจุดมอง ทำให้ใจเปิดกว้างมากขึ้น ลองฝึก ๆ ไปก็ทำให้ใจสงบลงได้ในระดับหนึ่ง

 ในตอนค่ำของวันอาทิตย์ ฉันเข้าสวดมนต์ไหว้พระตามปกติ ในคืนนั้น หลังจากสวดบทอิติปิโสเสร็จ ฉันเริ่มที่จะทำตามคำแนะนำของคุณดังตฤณเป็นครั้งแรก คือ การกล่าวออกทางวาจา ขอขมาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ฉันเริ่มตั้งแต่พระรัตนตรัย พระอริยะเจ้าที่ฉันเคยปรามาสท่าน พ่อแม่ครูอาจารย์ กัลยาณมิตร กัลยาณธรรมทุก ๆ ท่าน ตลอดจนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกรูปทุกปาง

ฉันกล่าวคำขอขมาด้วยวาจา และกราบขอขมาหลังจากกล่าวจบ

พอกล่าวคำขอขมาเสร็จ ฉันก็เริ่มแผ่เมตตา ปกติฉันจะแผ่เมตตาในใจ อุทิศบุญกุศลให้สรรพสัตว์ แต่คืนนี้มันมีสภาวะที่ไม่เคยเกิดขึ้น คือ

พอฉันเริ่มแผ่เมตตา ฉับพลัน มันเกิดไอความเย็นผุดขึ้นมาจากด้านล่าง แล้วเย็นวาบ โล่ง โปร่งเบา ดันขึ้นมาถึงศรีษะ มันโล่ง เย็นไปหมด จนฉันเกิดปิติสุขขึ้นมา จนยิ้มออกมา

จากประสบการณ์การส่งการบ้านกับ อ.สุรวัฒน์ สองครั้งที่แล้ว ทำให้ฉันไม่ตกใจ หรือ ประหลาดใจมากจนขนาดตามสภาวะไม่ทัน ฉันเห็นตัวเองยิ้มออกมา ดูตามความเย็น โล่งโปร่งเบา นั้น ไป จนกระทั่งมันจางหายไป และกลับมาสู่สภาวะปกติ

ฉันไม่รู้ว่าสภาวะนี้ เกิดจากการฝึกแผ่เมตตา ตามที่คุณดังตฤณแนะนำในหนังสือ หรือ เกิดจากใจที่มันสบายใจ จากการได้ขอขมาต่อพระรัตนตรัย พระอริยะเจ้าที่ฉันเคยปรามาสท่าน หรือ เพราะท่านอาจจะรับรู้ และส่งคลื่นกลับมาให้ฉันได้สัมผัส

แต่ที่รู้คือ สุดท้ายมันก็ผ่านไป เหมือนที่หลวงพ่อปราโมทย์ กล่าวไว้เสมอว่า 

..ไม่ว่าอะไร ก็จบลงที่รู้ และไม่ว่าสภาวะอะไร สุดท้ายมันก็ผ่านไป จบไป และมันก็ไม่ใช่เราสักอย่าง..

 อ.สุรวัฒน์ ได้บอกไว้ว่า ปัญหาต่อไปที่จะเกิด ก็คือ จิตมันจะจดจำสภาวะ และโหยหาสภาวะที่เคยเกิดแล้ว อยากให้มันเกิดอีก ฉันเห็นว่ามันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ และเช่นที่ครูอาจารย์ว่าไว้ว่า เมื่อเริ่มต้นด้วยความอยาก มันก็ผิดแล้ว และแน่นอน คำตอบคือ สภาวะมันก็จะไม่เกิดมาให้เห็นอีก

สุดท้ายของบันทึกสภาวะนี้...

ขอกราบอนุโมทนากับคำสอนของพ่อแม่ ครูอาจารย์ กัลยาณมิตร กัลยาณธรรมทุก ๆ ท่าน

พร้อมกันนี้ ขอกราบขออโหสิกรรม หาก การกระทำใด ๆ ทางกาย วาจา หรือ ใจ ของข้าพเจ้า ที่ได้ทำไปแล้ว ด้วยประมาท พลาดพลั้ง รู้เท่าไม่ถึงการณ์ เป็นการลบหลู่ ดูหมิ่น ปรามาส ท่านผู้ใด

ขอทุก ๆ ท่านได้โปรดอโหสิกรรม โทษล่วงเกินอันนั้นให้แก่ข้าพเจ้าด้วย... 

 

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

อ่านแล้วเกิดปีติตามไปเลยค่ะ big smile
โมทนากับน้องบีบีด้วยค่ะ
อนุโมทนาด้วย เช่นกันครับbig smile

#4 By เบียร์ (125.26.242.188) on 2009-06-29 13:23

อนุโมทนา ... สาธุการด้วยคนค่ะ

สาธุ สาธุ สาธุ

#2 By สาวิกา (124.122.137.109) on 2009-06-28 11:03

สาธุด้วยนะคะ big smile

#1 By kaew on 2009-06-28 09:27